Surgeon

Surgeon

หมอฮัวโต๋

ฮัว โต๋ (อังกฤษ: Hua Tuo; จีนตัวเต็ม: 華佗; จีนตัวย่อ: 华陀; พินอิน: Huà Tuó; เวด-ไจลส์: Hua T’o) เป็นตัวละครในวรรณกรรมจีนอิงประวัติศาสตร์เรื่องสามก๊กที่มีตัวตนจริงใน ประวัติศาสตร์ยุคสามก๊ก เป็นชาวตำบลเจากุ๋น เมืองไพก๊ก มณฑลเจียงซู มีชื่อรองว่าเหยียนหัวะ มีอาชีพเป็นหมอ ฮัวโต๋เป็นผู้ที่มีฝีมือในด้านการรักษาโรคอันยอดเยี่ยม วิธีการรักษาคนไข้ด้วยการให้กินยาและผ่าตัด

ฮัว โต๋เป็นหมอที่มีจรรยาบรรณ รักษาคนโดยไม่หวังตอบแทนตั้งแต่ชาวบ้านจนถึงคนใหญ่คนโต เป็นที่เลื่องลือไปทั่วแผ่นดินจีน ในสมัยที่ซุนเซ็กครองแคว้นกังตั๋ง จิวท่าย ทหารเอกของซุนเซ็กช่วยซุนกวนฝ่าวงล้อมของกลุ่มโจรป่า จิวท่ายพาซุนกวนฝ่าวงล้อมไปได้ แต่ตนเองต้องอาวุธโจรนับสิบกว่าแผล งีห้วนแนะนำฮัวโต๋ให้มารักษาจิวท่าย ซุนเซ็กจึงได้เชิญตัวมารักษา ใช้เวลาแค่ 3 วัน บาดแผลก็หายสนิท

ครั้งหนึ่งกวนอูได้ยกทัพมาตีเมือง อ้วนเซียที่มีโจหยิน ทหารเอกโจโฉรักษาไว้อยู่ กวนอูถูกลูกเกาทัณฑ์อาบยาพิษของข้าศึกที่ไหล่ซ้ายจึงต้องถอนทัพกลับค่าย กวนเป๋งเป็นผู้ไปตามตัวฮัวโต๋มาช่วยรักษา โดยการผ่าเนื้อที่ไหล่แล้วเอายาใส่และเย็บเนื้อให้เป็นเหมือนเดิม โดยที่กวนอูไม่แสดงอาการเจ็บปวดให้เห็น กวนอูได้สรรเสริญว่าฮัวโต๋เป็นหมอเทวดา ฝ่ายฮัวโต๋ได้ชื่นชมกวนอูว่า เป็นคนไข้ที่อดทนต่อความเจ็บปวดได้ดี เมื่อโจโฉป่วยเป็นโรคประสาทมีอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง ได้เชิญฮัวโต๋มารักษา ซึ่งบอกกับโจโฉว่าต้องผ่าศีรษะรักษาจึงจะหาย โจโฉโกรธหาว่าฮัวโต๋สมรู้ร่วมคิดกับกวนอูคิดฆ่าตน จึงให้นำตัวไปขังไว้จนเสียชีวิตในคุก

ฮัวโต๋ได้แต่งตำราแพทย์ไว้เล่ม หนึ่ง ชื่อว่า ชิงหนั่ง เผื่อว่าเมื่อตนสิ้นบุญ จะได้มีผู้สืบทอดวิชาการแพทย์ เมื่อฮัวโต๋ถูกโจโฉจับขังคุก มีผู้คุมชื่อ หงออาย ได้ส่งข้าวปลาอาหารให้ฮัวโต๋มิได้ขาด ฮัวโต๋รู้คุณหงออาย จึงเขียนจดหมายให้หงออายเอาไปให้ภรรยาของฮัวโต๋ ให้นางภรรยาฮัวโต๋นำตำราแพทย์นั้นให้หงออาย ฮัวโต๋ก็ได้สอนวิชาแพทย์ให้หงออายในคุก แล้วมอบตำรานั้นให้หงออาย ต่อมา ฮัวโต๋เสียชีวิตในคุก ภรรยาของหงออายเห็นว่าตำราแพทย์นั้นไร้ค่า จึงเผาทิ้งเสีย หงออายกลับบ้านมาเห็นเข้า ฉวยมาได้สองสามแผ่น เป็นแต่ตำราตอนเป็ดตอนไก่ ที่เหลือสูญไปสิ้น หงออายโกรธจึงร้องด่าภรรยาว่า “เหตุใดมึงจึงเอาตำราไปเผาไฟเสีย” ภรรยาหงออายว่า “ฮัวโต๋ครูของท่านที่นับว่าดีนักก็ตายในคุก ท่านจะเอาตำราไว้ต้องการอะไร” หงออายจึงได้แต่นั่งถอนหายใจแล้วคิดว่า “ตำราเอกฝ่ายแพทย์อย่างนี้ แต่นี้ไปเบื้องหน้าหามีไม่แล้ว”

อย่างไรก็ดี หมอฮัวโต๋มีลูกศิษย์อยู่ 2 คน คนแรกนั้นชื่อ โงโพ้ คนที่สองนั้นชื่อ ฮ่วมอา

ท่าน เป็นบุคคลในแคว้นเว่ย ช่วงสมัยสามก๊กกล่าวว่า เป็นเทพองค์หนึ่งเมื่อมาจุติลงบนโลกมนุษย์ จึงรักษาผู้ป่วย ได้อย่างเนรมิต โจโฉเข้าใจท่านผิด จึงสั่งขังท่านในคุก จนกระทั่งท่านตายในคุก แต่กล่าวไว้อีกว่า เป็นเรื่อง แกล้งตาย เพราะท่านได้ซ่อนร่างไว้อีกที่หนึ่ง เพื่อบำเพ็ญฌาน ส่วนร่างที่ตายในคุก เป็นร่างเก่า หมอฮูโต๋ นอกจากเป็นปรมาจารย์ ทางการแพทย์จีนแล้ว ยังมีวิชาเต๋าสูง

ปัจจุบันจึงมีท่ามวยหมอฮูโต๋ให้ผู้คนฝึก เพื่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงและมีอายุยืน จัดว่าเป็นเทพแห่งการแพทย์

คุณธรรมพิเศษ

ฮั้ว ท้อเซียน (ท่านฮั้วท้อ หรือ ฮูโต๋ว) เป็นหมอที่มีชื่อเสียงมากในประเทศจีน สมัยสามก๊ก นับเป็นผู้ที่มี ความเชี่ยวชาญ ในสรรพวิทยาการแพทย์ของจีน โดยเฉพาะทางด้านการผ่าตัด การวางยาสลบ ที่ยอดที่สุดคือ เป็นหมอที่สามารถรักษาคนที่ไม่มีทางรักษาแล้ว ให้กลับเป็นปรกติได้ จึงได้รับฉายาว่า หมอเทวดา หรือ เซียนหมอ

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย

เชื่อ กันว่าคนทีมีอาชีพช่วยเพื่อนมนุษย์ บูชาท่านด้วยการ ประกอบอาชีพสุจริต การงานย่อมเจริญรุ่งเรือง บ้านใดมีคนป่วยอยู่จำเป็นต้องรักษานาน บูชาหมอฮูโต๋จะได้ผลดีมาก ผู้ประกอบอาชีพ ด้านการแพทย์ มีอุปกรณ์ทางการแพทย์ เช่น เข็มฉีดยา หูฟัง ที่วัดความดัน นำมาบูชาหน้ารูปปั้นท่านแล้ว นำมารักษาคนไข้ จะทำให้การงานราบรื่นมีชื่อเสียง
หมอฮูโต๋ ซึ่งเป็นนายแพทย์ที่มีชื่อเสียงของสามก๊ก เดิมเป็นชาวบ้านเจียวก๋วน แขวงเมืองไพก๊ก เป็นผู้ที่มีคนนับถือมาก ถ้าได้รักษาโรคแล้วบางทีก็ให้ยาทายากิน บางทีก็เผาบางทีก็ผ่า แต่พอยกมือขึ้นความเจ็บก็หาย ถ้าเป็นโรคในท้องให้กินยาเข้าไป คนไข้ก็หลับไปหารู้สึกตัวไม่ จึงเอามีดผ่าท้อง เอาไส้พุงออกมาชำระให้สิ้นโสโครก แล้วคืนใส่เข้าไปไว้อย่างเก่า เอาไหมเย็บแล้วทายา บางคนเดือนหนึ่งก็หาย บางคนยี่สิบวันก็หายเป็นปกติเหมือนเก่า

ครั้งหนึ่งฮัวโต๋เดินไปตาม ถนน ได้ยินเสียงคนครางอยู่บนเรือน จึงเข้าไปขอรักษา แล้วเอากระเทียมกับกุยช่ายบดให้ละเอียด ใส่น้ำลงสองทะนานให้คนไข้กินให้สิ้น พอกินหมดคนไข้ก็อาเจียนออกมา มีงูตัวหนึ่งยาวสองศอกเศษไหลออกมาด้วย ไข้นั้นก็หายสิ้นไป

อีก ครั้งหนึ่งชาวเมืองกังเหลงเป็นไข้ ในท้องให้ลั่นโครกคราก กินข้าวไม่ได้ ผอมหน้าเหลือง จึงเชิญฮัวโต๋มารักษา แต่พอกินยาเข้าไปมื้อเดียวก็อาเจียนออกมา ล้วนแต่หนอนหัวแดงยังเป็นอยู่ ประมาณสักสองทะนาน คนไข้ถามว่าเหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ ฮัวโต๋ก็บอกว่าท่านเอาเนื้อดิบปลาดิบมาพล่ากินจึงเป็นโรคดังนี้ แต่ถึงออกมากระนี้แล้วก็ยังไม่หายขาด อีกสามปีโรคนี้จะกลับเป็นอีก คราวนี้จะรักษาไม่หายเลย สามปีต่อมาคนไข้ผู้นั้นก็ตาย เหมือนที่ฮัวโต๋คาดไว้

อีกคนหนึ่งเป็นฝีขึ้นมาที่หลังคิ้ว ให้ปวดแสบปวดร้อนนัก หมอฮัวโต๋แลดูก็ว่ามีสัตว์บินได้อยู่ในนั้น คนทั้งปวงได้ยินดังนั้นก็หัวเราะ หมอฮัวโต๋ก็เอามีดผ่าฝีนั้นออก มีนกกระจอกเต้นออกมาแล้วก็บินไป โรคนั้นก็หาย

อีกคนหนึ่งสุนัขกัดเอา หัวแม่เท้าขาดไป แล้วเกิดเป็นก้อนเนื้อ ย้อยออกมาสองก้อน ก้อนหนึ่งเจ็บ ก้อนหนึ่งคัน หมอฮัวโต๋ดูแล้วจึงว่า ก้อนเนื้อที่เจ็บนั้นข้างในมี เข็มอยู่สิบเล่ม ก้อนที่คันนั้นมีลูกสกาอยู่สองลูก ขาวกับดำ คนทั้งปวงไม่เชื่อ หมอฮัวโต๋ก็เอามีดผ่าออก ได้เข็มและลูกสกาดังที่ว่านั้น คนทั้งปวงก็สรรเสริญว่า เหมือนเทพยดา

หมอ ฮัวโต๋นี้เคยรักษาจิวท่าย ทหารเอกของซุนกวนแห่งเมืองกังตั๋งมาก่อน แล้วมารักษาแผลถูกเกาทัณฑ์ให้ กวนอูน้องร่วมสาบานของเล่าปี่ ซึ่งบาดเจ็บมาจากการรบกับโจหยินทหารเอกของโจโฉ ในบั้นปลายของชีวิต

กวน เป๋งลูกเลี้ยงของกวนอู รับหมอฮัวโต๋จากเมืองเจากุ๋น ให้มารักษาบิดา กวนอูได้ทราบกิติศัพท์ของหมอฮัวโต๋มาแล้ว จึงยอมให้ทำการรักษา ทั้ง ๆ ที่มีความเจ็บปวดเป็นอันมาก แต่เกรงว่าทหารทั้งปวงจะเสียน้ำใจ จึงอุตส่าห์แข็งใจทำเป็นสบาย โดยให้ม้าเลี้ยงนายทหารคนหนึ่งเข้ามาเล่นหมากรุกด้วย

เมื่อให้หมอฮัวโต๋กินน้ำชาแล้วจึงให้ดูแผลถูกเกาทัณฑ์ที่ไหล่ซ้าย หมอฮัวโต๋ก็ว่า

” แผลเกาทัณฑ์อาบด้วยยาพิษซาบเข้าไปถึงกระดูก ถ้ามิเร่งรักษานานไปไหล่จะเสีย ”

กวน อูก็ถามว่า ท่านจะรักษาได้หรือไม่ ฮัวโต๋ก็ว่ารักษาได้แต่กลัวว่าท่านจะทนมิได้ กวนอูก็ว่า ท่านจะทำอย่างไรก็ตามเถิด ฮัวโต๋ก็บอกว่าจะเอาปลอกรัดท่านไว้กับเสามิให้ไหวตัวได้ กวนอูก็หัวเราะแล้วจึงว่า

” เราหากลัวไม่ อย่าพักเอาปลอกรัดเลย ท่านจะทำประการใดก็ตามแต่จะทำเถิด เราจะนิ่งให้ทำ ”

แล้วก็ชวนหมอฮูโต๋กินเหล้าด้วยกัน พอเมาแล้วกวนอูก็เล่นหมากรุกกับม้าเลี้ยงต่อ และเอียงไหล่ซ้ายให้หมอผ่าตัด

หมอ ฮัวโต๋จึงเอามีดเข้าเชือดเนื้อร้ายออกเสียแล้วเอายาใส่ แล้วจึงเอาเข็มเย็บไว้ คนทั้งหลายรอบข้างก็ไม่อาจจะดูอยู่ได้ด้วยความเสียวสยอง

เสร็จแล้วกวนอูก็ลุกขึ้นสรรเสริญว่าหมอคนนี้ดีประหนึ่งเทพยดาก็ว่าได้ หมอฮัวโต๋จึงว่า

“…ข้าพเจ้ารักษาคนป่วยมานี้ก็มาก อยู่แล้ว หาเหมือนท่านไม่ อันท่านนี้น้ำใจทนทานต่อความเจ็บไม่สะดุ้งสะเทือนเลย…”

กวนอูหายเจ็บแล้วก็ดีใจ สั่งให้ยกโต๊ะสุราอาหารมาเลี้ยงหมอให้กินตามสบาย หมอก็แนะนำว่า

“…อันแผลนี้พึ่งหาย ท่านจงระงับความโกรธกว่าจะถ้วนร้อยวัน พิษเกาทัณฑ์จึงจะหายสนิท ”

กวนอูก็รับคำและให้เอาทองหนักสามชั่งสิบบาท ให้เป็นบำเหน็จรางวัลแก่หมอวิเศษ แต่หมอฮัวโต๋บอกว่า

“..ซึ่ง ข้าพเจ้ามารักษาท่านทั้งนี้ จะเห็นแก่บำเหน็จมิได้ ข้าพเจ้าเห็นท่านนี้ประกอบด้วยความสัตย์ซื่อ จึงมาช่วยพยาบาลมิให้เป็นอันตราย แลท่านซึ่งให้บำเหน็จ ข้าพเจ้าไม่เอา ขอคืนไว้ให้ท่าน ”

ว่าแล้วก็เอายาสำหรับปิดแผลให้ไว้อีก แล้วก็ลากลับไป

แต่หลังจากนั้นไม่นาน กวนอูก็พ่ายแพในการรบกับซุนกวนอีกครั้งหนึ่ง และถูกจับตัวไปประหารชีวิต

ต่อ มาหลังจากซุนกวนเอาศีรษะกวนอูมาเป็นของกำนัลให้โจโฉแล้ว โจโฉก็ถูกศีรษะกวนอูหลอกจนป่วยไข้ไม่หาย มีอาการปวดศีรษะเป็นกำลัง ที่ปรึกษาก็เชิญหมอฮูโต๋มารักษา เมื่อหมอแหวกเสื้อดูเส้นที่ข้อมือแล้วก็บอกว่า

“..โรคท่านอันนี้เป็นลมเสียดแทงในศีรษะ ท่านกินยามาหนักหนาหาชอบโรคไม่ จะรักษาโรคอันนี้ชอบให้ผ่าจึงจะหาย..”

โจโฉถามว่าจะผ่าอย่างไร หมอฮัวโต๋ก็บอกว่า

“..ข้าพเจ้า จะให้ท่านกินยาให้มึนเมาไม่รู้สึกตัว จึงผ่าศีรษะด้วยขวานอันคม แล้วจึงจะชำระโรคในศีรษะให้หมด แล้วจึงจะประกับให้เหมือนเก่า ก็จะทายาให้หายแผล โรคท่านจึงจะหายขาด..”

โจโฉได้ยินดังนั้นก็โกรธนักจึงว่า

“..เอ็งจะแกล้งฆ่าเราหรือจึงว่ากล่าวดังนี้..”

ฮัวโต๋ตอบว่า

“..เมื่อ ครั้งกวนอูถูกเกาทัณฑ์ที่แขนนั้น ข้าพเจ้าไปรักษา กวนอูนั่งนิ่งให้ข้าพเจ้าผ่าเอาลูกเกาทัณฑ์ออกเสีย แล้วก็ขูดยาพิษซึ่งติดกระดูกนั้นออกเสีย กวนอูก็หากลัวไม่ โรคของท่านหน่อยหนึ่งเท่านี้จะกลัวอันใด ข้าพเจ้าผ่าแล้วก็จะหาย ท่านอย่าได้กลัวเลย ..”

โจโฉจึงว่า

“..อันเจ็บที่แขนนั้นจะผ่าก็ควร เจ็บที่ศีรษะนี้จะควรผ่าแล้วหรือ อ้ายคนนี้คบคิดกับพวกกวนอู ทำกลมารยาแกล้งจะมาฆ่าเราให้ตาย..”

แล้วก็สั่งให้จับเอาหมอฮัวโต๋ไปใส่คุกเสีย แล้วค่อยเอาตัวออกมาเฆี่ยนถามเอาความจริงภายหลัง ที่ปรึกษาก็ห้ามว่า

“..ขอให้ท่านพิเคราะห์ดูจงละเอียดก่อน อันหมอฮัวโต๋นี้ดีนัก ทุกวันนี้จะหาตัวเสมอมิได้แล้ว อย่าเพ่อให้เป็นอันตรายเลย..”

โจโฉก็ตวาดเอาว่า

“..หมอคนนี้คิดอ่านจะทำร้ายเราครั้งนี้ เหมือนครั้งเกียดเป๋งทำร้ายแก่เราครั้งนั้น จะให้กรมเมืองเฆี่ยนถามเอาเนื้อความให้จงได้..”

ทหาร จึงเอาตัวหมอฮัวโต๋ไปจำคุกไว้ตามคำสั่ง แต่ผู้คุมนับถือหมอฮัวโต๋ว่าเป็นคนดี จึงปฏิบัติรักษา ส่งเหล้าข้าวหมูเป็ดไก่ทุกเวลามิได้ขาด

หมอฮัวโต๋คิดถึงคุณของผู้คุมจึงว่า

“..ข้าพเจ้า นี้เห็นจะตายเป็นแท้แล้ว ไม่มีสิ่งใดจะแทนคุณท่าน วิชาการฝ่ายหมอของข้าพเจ้าดีนัก ยังหาได้บอกกล่าวลูกศิษย์ผู้ใดไม่ ท่านเอาหนังสือของข้าพเจ้านี้ ไปให้ภรรยาของข้าพเจ้าเอาตำราที่เรือนมา ข้าพเจ้าจะชี้แจงให้จงสิ้น..”

ผู้คุมก็ดีใจนักจึงว่า

“..ข้าพเจ้า ได้วิชาหมอของท่านแล้ว ข้าพเจ้าจะไม่ทำการเป็นผู้คุมสืบไปเลย จะทำการฝ่ายแพทย์รักษาโรคให้เลื่องลือปรากฏไป ก็จะได้ขวัญข้าวค่ายาเลี้ยงชีวิตดีกว่า..”

ฮัวโต๋จึงเขียนหนังสือให้ ผู้คุมถือไปเอาหนังสือจากภรรยาที่บ้านกิมเสียมา แล้วก็ชี้แจงบอกวิชาแพทย์ให้รู้แจ้งทุกประการ กับมอบตำรานั้นให้เอาไปเก็บไว้ที่บ้าน

อยู่มาอีกนานจนหมอฮัวโต๋ถูก ขังลืมก็ตายลงในคุกนั้น ผู้คุมก็ไปแจ้งแก่โจโฉว่าฮัวโต๋ตายแล้ว และจัดแจงเครื่องเซ่นเชิญศพหมอฮัวโต๋ไปฝังตามธรรมเนียม

แต่เมื่อผู้คุมกลับไปบ้าน ก็พบว่าภรรยาของตนได้เอาตำราแพทย์ที่หมอฮัวโต๋ให้ไว้นั้น เผาไฟอยู่ จึงเข้าไปแย่งมาได้ไม่กี่ชิ้น

เมื่อ ผู้คุมถามภรรยาว่าเอาตำราเหล่านี้ไปเผาเสียทำไม นางก็ตอบว่า ฮัวโต๋ครูของท่านที่นับถือว่าดีนัก ก็ตายในคุก ท่านจะเอาตำราไว้ทำไม เดี๋ยวก็ต้องตายในคุกอีกเหมือนกัน

ความฝันของผู้คุมที่คิดว่า จะได้เป็นนายแพทย์ผู้มีชื่อเสียง ต่อจากหมอฮัวโต๋ นั้น ก็พลันสลายลงไปจนสิ้นเชิง ดังนี้.

ไว้ถ้ามีโอกาสจะถ่ายรูปแฟนเอามาลงตอนผ่าตัดน้องหมาน้องแมว

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: