Intergalactic Girl

Intergalactic Girl

Intergalactic Girl
สาว น้อยผู้มาจากอวกาศนี้นั้นเสื้อชมพูเห็นชัดมาแต่ไกล พาร์ทมีของใหม่คือ เสื้อและกางเกง (สองอันนี้ซ้ำก็คงไม่ไหว) กับหน้าใหม่ที่มีมาให้ ปืนแท่งเรเซอร์ ทรงผม หมวกกันน้อคนั้นเป็นดั่งมาตรฐานใน มินิฟิก ซีรี่ ไปซะแล้ว
ให้คะแนน 3/10 ใครแอบเอาไปตั้งกองทัพละก็ 300 คนสบายๆไม่ต้องแย่งใครและไม่ต้องไปตระเวรไม่ต้องไปอารมณ์เสียกับพนักงาน เพราะถ้ามีคนมาเหมาซื้อเขาคงมากราบแทบเท้างามๆ เพื่อจะได้สั่งของเพิ่มมาเอาโรมันไปแอบขายโก่งราคาหรือเอาไปให้ตลาดมืดได้  เจ๋ง เจ๋ง เจ๋ง

วา เลนติน่า เตเรชโกว่า นักบินอวกาศหญิงคนแรกของโลกชาวโซเวียต เธอได้ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งเกี่ยวกับการบินครั้งประวัติศาสตร์ ของเธอ ซึ่งเป็นการให้สัมภาษณ์ครั้งแรกนับตั้งแต่ปลายยุค 80 เป็นต้นมา แม้ว่าระหว่างนั้น จะมีข่าวลือเกี่ยวกับเธอออกมามากมาย ซึ่งเธอก็ไม่ได้ออกมาตอบโต้แต่อย่างใด ข่าวลือที่ว่านั้นก็อย่างเช่น เธอกลัวการบินครั้งนั้นอย่างมาก และอยากเดินทางกลับโลกก่อนกำหนด ครุชชอฟ (ผู้นำโซเวียตในยุคนั้น) จับเธอแต่งงานกับ อันเดรียน นิคาลัยเยฟ นักบินอวกาศคนที่ 3 ของโซเวียต เพื่อการทดลอง  และลูกของเธอคลอดออกมาเป็นคนพิการ จนทั้งสองต้องเอาไปซ่อนไม่ให้สาธารณชนรู้ และนี่คือบางส่วนในการออกมาแก้ข่าวครั้งแรกในรอบหลายสิบปีของเธอ

จากสาวทอผ้า สู่นักบินอวกาศหญิงคนแรกของโลก

ก่อน จะมาสร้างประวัติศาสตร์ วาเลีย (ชื่อเล่นของวาเลนติน่า) เตเรชโกว่า เป็นเด็กสาวธรรมดาๆจากหมู่บ้าน มาสเลนนิโกว่า เขตยาโรสลาฟสกี้ พ่อตายในแนวรบฟินแลนด์ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แม่ต้องเลี้ยงลูก 3 คนตามลำพัง พออายุ 17 วาเลียเข้าทำงานที่โรงงานทอผ้าเพื่อหาเงินเลี้ยงครอบครัว แต่ในวันหยุดเธอจะไปกระโดดร่ม เนื่องจากเป็นสมาชิกชมรมการบินแห่งหนึ่ง พอถึงปี 1962 สาวโรงงานวัย 25 ก็ถูกเลือกให้เข้าโครงการคัดเลือกนักบินอวกาศ

หลัง ยูริ กาการิน กลายเป็นนักบินอวกาศคนแรกของโลก ก็มีการมองหาหญิงสาวหน้าตาดีจากชมรมด้านการบินต่างๆทั่วประเทศ เพราะครุชชอฟ อยากให้ผู้หญิงโซเวียตเป็นนักบินอวกาศหญิงคนแรกของโลก ในช่วงนั้นวาเลีย ไม่ใช่เด็กสาวธรรมดาๆแล้ว เธอเป็นเลขาธิการองค์กรคอมโซโมล (คอมมิวนิสต์รุ่นเยาว์) ของแรงงานทอผ้าเขตยาโรสลาฟสกี้ ทำให้แกนนำระดับสูงสามารถเชื่อมั่นในแนวคิดทางการเมืองของเธอได้ แม้ว่าช่วงนั้นเธออาจจะมีข้อบกพร่องสำคัญอยู่เรื่องหนึ่งก็คือ พ่อของเธอสูญหายไปในสงคราม ( และเป็นไปได้ที่อาจจะหนีทัพ โดยเพิ่งจะในยุค 80 เท่านั้นที่มีการค้นหาหลุมฝังศพพ่อของเธอจนพบ)

ใน การคัดเลือกว่าที่นักบินอวกาศหญิงคนแรก ได้คัดผู้ที่เหมาะสมมา 5 คน แต่ผู้ที่มาแรงที่สุดคือวาเลีย ปานามาโรฟว่า และอีร่า ซาลาฟโยฟว่า คนแรกเป็นนักบินผู้มากประสบการณ์ เคยลงแข่งการบินระดับทั่วประเทศมาแล้ว ส่วนคนหลังก็กระโดดร่มมาแล้วกว่า 700 ครั้ง นอกจากจะประสบการณ์น้อยกว่าทั้งสองแล้ว วาเลีย  เตเรชโกว่า ยังเป็นคนเดียวที่ไม่มีการศึกษาระดับมัธยมปลายด้วย และในระหว่างการคัดเลือก เธอก็ไม่ได้ทำคะแนน”ดีเยี่ยม” ในทุกการทดสอบแต่อย่างใด แต่ที่ตัดสินใจเลือกเธอนั้น ก็มีอยู่หลายเหตุผล ประการแรก จากประสบการณ์ของกาการิน เมื่อกลับลงมา นักบินอวกาศต้องเดินทางไปทั่วโลก เพื่อบอกเล่าเรื่องราวความสำเร็จของโซเวียต และประสบการณ์ในฐานะเลขาธิการคอมโซโมลของเธอจะช่วยเธอได้มาก ประการที่ 2 คาราโลฟ (ผู้รับผิดชอบดูแลโครงการอวกาศโซเวียต) หวังว่า ในการบินครั้งที่ 2 ของนักบินอวกาศหญิงโซเวียต เขาจะให้พวกเธอออกไปนอกยาน งานนี้ต้องใช้คนที่มีทักษะสูง และเขาก็เล็งไปที่ปานามาโรฟว่า และซาลาฟโยฟว่า

เกือบลอยออกนอกโลก

14 มิถุนายน 1963 จรวดนำยานวอสต็อค 5 พร้อมกับวาเลรี่ บึกกอฟสกี้ ขึ้นสู่อวกาศ ในวันถัดมา วอสต็อค 6 จะต้องพา วาเลีย ตามขึ้นมาไป แต่เมื่อเธอ พร้อมนักบินอวกาศสำรอง ในเครื่องแบบนายทหารใหม่เอี่ยม เดินทางมาถึงฐานปล่อย เพื่อเตรียมตัวสำหรับการบิน ทางการตัดสินใจว่า การบินครั้งนี้ไม่ควรเป็นการบินแบบทหาร ทั้งสองจึงถูกพาตัวกลับไปเปลี่ยนเสื่อผ้าเป็นการด่วน ก่อนจะพากลับเข้ามาอีกครั้ง

สำหรับการออกเดินทางนั้นไม่มีปัญหาอะไร ปัญหามาเกิดตอนที่ยานต้องลงจากวงโคจรเพื่อเตรียมกลับบ้าน วาเลียเล่าว่า ในการบินด้วยโหมดออโต้ ยานทำงานได้ไม่ถูกต้อง ทำให้แทนที่ยานจะไต่วงโคจรเพื่อกลับลงมา มันกลับไต่วงโคจรกลับขึ้นไป เธอจึงไม่ได้ลงมาใกล้โลก แต่กลับห่างจากโลกออกไปทุกขณะ วาเลียได้แจ้งเรื่องนี้กับคาราโรฟ และทางภาคพื้นดินก็แก้ไขเรื่องนี้สำเร็จในวันที่ 2 ของการบิน

เธอ เล่าด้วยว่า คาราโลฟขอร้องให้เธอเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ และเธอก็เก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับมานานนับสิบปี แต่ที่ออกมาเปิดเผยเรื่องนี้ก็เพราะเห็นว่า มีสื่อมวลชนออกมาเปิดเผยเรื่องนี้ไปก่อนหน้าแล้ว

อาเจียนในอวกาศ

มี ข่าวลือว่าตอนที่อยู่ในอวกาศ วาเลียเจอปัญหากับสภาพไร้น้ำหนักอย่างมาก เธอทั้งอาเจียน ทั้งเวียนหัว ทำให้โครงการทดลองในอวกาศต้องเสียหายหมด ด้านคาราโลฟเองก็เตรียมนำยานลงฉุกเฉิน  แต่ในความเป็นจริงนั้น ปัญหาของการบินนาน 3 วันเป็นคนละเรื่องกับที่กล่าวว่า ในยุคนั้น ตลอดเวลาการบิน จะไม่มีการถอดชุดนักบินอวกาศ ดังนั้นพอถึงวันที่ 2 ผิวหนังของเธอก็เริ่มระคายเคือง พอถึงวันที่ 3 ก็เจ็บจนทนแทบไม่ไหว และในบางจุดของร่างกายก็คันมาก

ปัญหาอีกอย่างของเธอก็คือ อยากกินอาหารแบบชาวโลก ประเภทขนมปัง มันฝรั่ง หอมหัวใหญ่ แต่ที่เธอต้องกินก็คือขนมปังแห้ง และเธอยอมรับว่าเธออาเจียนออกมาครั้งหนึ่ง จากปัญหาเรื่องอาหาร

ผวาลงทะเลสาบ

ตอนแยกตัวออกจากยาน เพื่อกลับพื้นโลก วาเลียยอมรับหลังจาก 44 ปีให้หลังว่าเธอกลัวมาก เพราะเบื้องล่างของเธอเป็นทะเลสาบ ( นักบินอวกาศไม่สามารถบังคับร่มชูชีพขนาดใหญ่ที่ความสูง 4 กิโลเมตรเหนือพื้นโลกได้ ) ตอนนั้นเธอคิดว่า ” คุณพระช่วย ส่งผู้หญิงขึ้นมาคนแรก ทำไมต้องให้ลงน้ำ ”

แน่นอนว่า นักบินอวกาศได้รับการฝึกเรื่องการลงน้ำ แต่เธอคิดว่าจะมีแรงมากพอสำหรับเรื่องนี้หรือ หลังการบินที่เหน็ดเหนื่อยนาน 3 วัน แต่ก็โชคดีที่ในที่สุดเธอลอยผ่านทะเลสาบ แต่พอถึงพื้น ก็มีลมแรง และมันก็ลากเธอไปไกลไม่น้อย ในที่สุดเธอก็ปลดร่มได้ แต่ก็เล่นเอาจมูกของเธอเป็นรอยเขียวช้ำ ซึ่งคณะแพทย์ก็ต้องช่วยกันตกแต่งเพื่อพรางรอยเขียวช้ำของเธอ ตอนที่พาไปพบผู้บังคับบัญชาระดับสูง

ครอบครัวอวกาศ

ส่วนข่าว เรื่องครุชชอฟ จับเธอแต่งงานกับนักบินอวกาศคนที่ 3 เพื่อเป็นการทดลองทางวิทยาศาสตร์นั้น ในความเป็นจริงก็คือ นิคาลัยเยฟ นักบินอวกาศวัย 35 ตามจีบวาเลีย วัย 26 มาตั้งแต่ก่อนที่เธอจะได้ออกบินแล้ว หลังวาเลียกลับลงมา 5 เดือน ทั้งสองก็แต่งงานกัน

นายพลทหารอากาศนาย หนึ่ง ซึ่งมีหน้าที่คัดเลือกทหารอากาศมาเป็นนักบินอวกาศ บันทึกเอาไว้ว่า ในทางการเมือง และทางวิทยาศาสตร์ การจับคู่กันของคนทั้งสองอาจจะ และน่าจะเป็นประโยชน์ แต่ในความเห็นของเขา เขาไม่เชื่อว่าวาเลียจะรักอันเดรียน เพราะคนทั้งสองแตกต่างกันมาก เธอคือไฟ เขาคือน้ำ ทั้งสองเป็นคนเข้มแข็ง มุ่งมั่น และไม่มีใครสนับสนุนซึ่งกันและกัน

แต่ในความจริง พวกเขาอยู่ด้วยกันมาถึง 19 ปี หลังแต่งงาน 1 ปี ทั้งสองก็ได้ลูกสาวมา 1 คน ซึ่งก็เป็นเด็กที่แข็งแรง สมบูรณ์ทุกประการ

เบรชเนฟ อนุมัติให้หย่า

กลาง ปี 1979 ไม่ค่อยมีใครเห็นคนทั้งสองอยู่ด้วยกัน แต่เรื่องการหย่าร้างเป็นเรื่องที่ทำไม่ได้ในยุคนั้น เพราะสำหรับทั้งประเทศแล้ว คนทั้งสองคู่บุคคลตัวอย่าง ที่เป็นแบบอย่างแห่งความสำเร็จของคนโซเวียต สำหรับอันเดรียน ที่เตรียมจะขึ้นบินอีกครั้งนั้น ยิ่งเป็นไปไม่ได้เข้าไปใหญ่ เพราะเคยมีประวัตินักบินที่อดขึ้นบินหลังการหย่าร้าง ส่วนวาเลียก็เช่นกัน เธอจะหย่าร้างได้อย่างไร เมื่อเธอเป็นประธานคณะกรรมาธิการสตรีโซเวียต

วาเลนติน่า วลาดิมีรอฟน่า เตเรชโกว่า มียศเป็นพลเอกหญิงคนแรกของกองทัพรัสเซีย (พลอากาศเอกหญิง)

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s

%d bloggers like this: