16.Zookeeper with chimp and banana.

16.Zookeeper with chimp and banana.

ด้านหน้า

ด้านข้าง

ด้านหลัง

บอกตรงๆอันนี้น่าสร้างสรรค์มากลิงน่ารักมาก กล้วยของกอลลี่ล่าอันเดิมผมมาจากพยาบาลหน้านี่จำไม่ค่อยได้แต่เหมือนเคยเห็นมาแล้ว
ชุดนี่ก็ธรรมดา มีเพียงลิงน้อยเท่านั้นที่ดูเป็นหน้าตา

ให้คะแนน 7/10 จากลิงน้อยหน้าใหม่

สวน สัตว์ (อังกฤษ: zoo, zoological park) คือสถานที่จัดแสดงสัตว์ป่าที่จับมาได้จากป่าใหญ่ หรือนำเข้าจากต่างประเทศ และมีส่วนอนุรักษ์วิจัยเพื่อศึกษาชีวิตของสัตว์ป่าทุกชนิด จะเป็นสัตว์ป่า สัตว์ปีก สัตว์เลื้อยคลาน และสัตว์น้ำที่จับมาจากทะเลบ้างแม่น้ำบ้าง สวนสัตว์นับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอย่างหนึ่ง ที่ดึงดูดผู้ชมเป็นจำนวนมาก การจัดแสดงมักมีการแบ่งเป็นโซน โดยเน้นให้เห็นสภาพความเป็นอยู่ หรือจัดกลุ่มสัตว์เป็นประเภทๆ เช่น ตามความแตกต่าง/คล้ายกันของสัตว์ (Systematic Theme) , ตามถิ่นกำเนิด (Zoogeographic Theme) , ตามสภาพแวดล้อมของ กลุ่มสัตว์ (Ecological Theme) , ตามพฤติกรรม (Behavioral Theme) , ตามความนิยม (Popular Theme) และ สวนสัตว์เปิด (Open Zoo) ในส่วนสวนสัตว์เปิด อาจมี Theme ย่อยที่น่าสนใจ เช่นจัดให้มีการจำลองหมู่บ้านคนป่าในเคนยา ที่ San Diego Wild Park เป็นต้น นอกจากนี้สวนสัตว์อาจมีสวนสัตว์เด็ก (Children Zoo) [1] คล้ายสนามเด็กเล่น มีร้านขายของที่ระลึก และร้านอาหารในสวนสัตว์

ใน อดีตสวนสัตว์จะเป็นส่วนหนึ่งของสวนของคหบดีหรือคนชั้นสูง ในการสะสมหรือรวบรวมสัตว์ที่หายากเพื่ออวดโชว์กันในแวดวงสังคมชั้นสูง ในยุโรปสวนสัตว์มักเป็นส่วนหนึ่งของพระราชอุทยานและตั้งอยู่ในเขตพระราชวัง เช่น พระราชวังเชอนบรุน (Schonbrunner) ในออสเตรีย เดิมสวนสัตว์ในยุคแรกๆนี้ เป็นเพียงกรงหรือคอกกักขังสัตว์ ต่อมามีการรวมเข้ากับสวนหรืออุทยาน มีการปลูกต้นไม้ น้ำพุประดับตกแต่ง


จน ปัจจุบันในหลายๆประเทศ ได้ปรับปรุงสวนสัตว์ที่มีอยู่เดิมให้มีสภาพแวดล้อมเหมาะกับสัตว์มากขึ้น ได้แก่ การสร้างคูน้ำ หรือรั้วที่กลมกลืนกับธรรมชาติ และเปิดให้ดูเป็นแหล่งศึกษาหาความรู้ เช่นเดียวกับ พิพิธภัณฑ์ นอกจากนี้ยังพัฒนาจนเป็นธุรกิจของสวนสัตว์ ในภาคเอกชนอาจจัดสร้างสวนสัตว์ที่มีการผสมผสานสวนสนุกหรือสวนที่มีการจัด แสดงอื่นๆเข้าด้วยกัน หรือแบ่งเป็นประเภทย่อยๆของสวนสัตว์ออกไป เช่น พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์กลางคืน สวนนก เป็นต้น


สวน สัตว์ในประเทศไทย มีหน่วยงานราชการ ชื่อ องค์การสวนสัตว์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ดูแล โดยมีสวนสัตว์อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบทั้งสิ้น 5แห่ง คือ สวนสัตว์ดุสิต, สวนสัตว์เปิดเขาเขียว, สวนสัตว์เชียงใหม่, สวนสัตว์นครราชสีมา และสวนสัตว์สงขลา


สวนสัตว์ในประเทศไทย

* สวนสัตว์ดุสิต
* สวนสัตว์เชียงใหม่
* สวนสัตว์เปิดเขาเขียว
* สวนสัตว์นครราชสีมา
* สวนสัตว์สงขลา
* สวนเสือศรีราชา
* สวนสัตว์พาต้า
* สวนสัตว์ (ฟาร์มโชคชัย)
* สวนสัตว์เทศบาลนครปฐม
* ซาฟารีเวิลด์
* ซาฟารีปาร์ค
* เชียงใหม่ ไนท์ซาฟารี
* สวนสัตว์ภูเก็ต
* สวนสัตว์กะตะซาฟารี
* สวนสัตว์ศรีสะเกษ
* สวนสัตว์ลพบุรี
* สวนสัตว์เปิดเขาค้อ
* สวนสัตว์เปิดเขาประทับช้าง
* ลานแสดงช้างและฟาร์มจระเข้สามพราน
* ฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์สมุทรปราการ
* สวนผีเสื้อสายทิพย์ (อำเภอศรีราชา)
* ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ (อำเภอสัตหีบ)
* สวนสัตว์ค่ายสุรสีห์



15.Snowboarder Guy with snowboard.

15.Snowboarder Guy with snowboard.

ด้านหน้า

ด้านข้าง

ด้านหลัง

อันนี้มีมาแทบทุกซีรี่ สโนบอร์ดบ้าง เซิร์ฟบอร์ดบ้างบอกตรงๆ สิ้นคิดมาก

ให้คะแนน 1/10 พอแระไม่ได้มีอะไรใหม่

สิ่งที่ต้องเตรียมไปในการเล่นสกี/สโนว์บอร์ด

1. (จำเป็น) ถุงมือสกี (ไม่มีให้เช่า ต้องซื้อ) โดยปกติแล้วถุงมือแบบนี้ตรงฝ่ามือจะเป็นคล้าย ๆ ยาง อย่างไรก็ตามควรจะหนาและกันน้ำได้ ปกติแล้วตอนเล่นไม่ทรมานเท่าไหร่ แต่ตอนอยู่บนลิฟท์เพื่อไปสกีนี่ หนาวมาก
2. (มีก็ดี ไม่มีก็ได้) ผ้าพันคอ น่าจะมีเพื่อความอบอุ่น โดยเฉพาะตอนกลางคืน กลางวันก็อาจจะเอาไว้ปกปิดหน้ากันยูวี อิอิ
3. (มีก็ดี ไม่มีก็ได้) ที่ปิดปากจมูก เอาไว้ซับน้ำมูกเพราะอากาศค่อนข้างเย็น แต่มันจะน่ารำคาญตอนเล่น
4. (จำเป็น) ถุงเท้าหนา ๆ หน่อย (เพราะเราต้องใส่ในรองเท้าสกีที่เราจะเช่า)
5. (จำเป็น) หมวกที่ปิดหูได้ ควรกระชับมาก ๆ ที่ต้องกระชับเพราะว่าเวลาล้มถ้าไม่แน่นหมวกจะหลุดออกมา เหมือนเราตอนเล่นใหม่ ๆ
6. บางคนจะมีแว่นตากันหิมะ แต่เราว่าไม่จำเป็นต้องใช้ เพราะหิมะมันไม่รุนแรงขนาดนั้น ถ้าหิมะปลิวมา ก็แค่ยืนนิ่ง ๆ

สิ่งที่ต้องไปเช่า

1. ชุดสกี คือเสื้อและกางเกง

เสื้อ เวลาใส่ ให้ถอดเสื้อแจ๊กเก็ตตัวนอกสุดของเราออก เหลือแต่เสื้อที่แขนยาว เสื้อสกีมันอุ่นอยู่แล้วไม่ต้องกลัวหนาว เราใส่เสื้อกล้ามหนึ่งตัว เสื้อแขนยาวแนบตัว คล้าย ๆ ลองจอน และแขนยาวอีกตัวหนึ่ง
ส่วนกางเกง สาวเกาหลีจะถอดกางเกงยีนส์ออก แล้วค่อยใส่กางเกงสกี แต่เราใส่กางเกงสกีทับกางเกงยีนส์ เพราะมันไม่เปียกอยู่แล้ว

2. รองเท้า เวลาเช่า การดูว่า Boot size ขนาดของบูทเท่าไหร่ ก็ถอดรองเท้าแล้วเอาเท้าไปวางบนแผ่นวัด ให้เอาส้นเท้าติดด้านล่าง แล้วดูตัวเลขว่าขนาดบูทเท่าไหร่ ของเราตอนวัด ได้ขนาดบูท 225 cm แต่พอเอาเข้าจริงใส่ไม่ได้ ใส่ได้ 235 cm ซึ่งก็เท่ากับขนาดรองเท้าที่เราใส่ ถ้าเทียบเป็นไซส์เมืองไทย 235 cm = 36.5

ปกติ แล้วเวลาเล่น เราเล่นสโนว์บอร์ด มันจะอาก้นกับเข่าลง เพราะฉะนั้นควรมีพวกตัวกันกระแทก ที่ก้นและเข่า เพราะของเราผ่านมา 2 วันแล้วยังเจ็บอยู่ เห็นบางคนมีกันกระแทกพันที่มือด้วย บางที่มีกันกระแทกที่สะโพกกับเข่าให้เช่าด้วย รวมถึงบางคนอาจจะเช่าหมวกกันน็อก (สำหรับสโนว์บอร์ด)

วิธีการแต่งตัว

กางเกงสกีมันจะมีสองชั้น หูรูดข้างในให้คลุมกางเกงยีนส์เรา ส่วนกางเกงสกีชั้นนอกให้รูดซิปออก แล้วให้มันคลุมรองเท้าสกี
เสื้อสกีก็ใส่ทับไปเลย ทางที่ดีแขนของเสื้อควรคลุมถุงมือ
รองเท้าสกีก็ใส่ตามปกติแต่มันจะรู้สึกว่าน่องถูกดัน พยายามมัดเชือกให้แน่น

คำแนะนำในการเล่นสโนว์บอร์ด

เราเล่นสโนว์บอร์ดอย่างเดียว เพราะฉะนั้นคงแนะนำได้แค่สโนว์บอร์ด

วิธี การแรกก็ใส่รองเท้า เวลาใส่ให้ยกแผ่นรองรองเท้าด้านหลัง แล้วเอาตัวเท้าส้นเท้าและขาด้านหลังแนบกันแผ่นนี้ จากนั้นจะมีที่ล็อกสองที่ ที่ปลายเท้า(? ด้านที่มีนิ้วอยู่อ่ะ) และที่กลางเท้า เอาที่กลางเท้าก่อน สอดสายเข้าไป ให้ปลายโผล่มาอีกด้านนึงหน่อย จากนั้น ค่อย ๆ โยกไอ้ตัวที่เป็นกรอบสี่เหลี่ยมผืนผ้า โยกมันจะล็อกให้สายนั้นเข้าไปเรี่อย จนกระทั่งแน่นซึ่งจะโยกไม่ได้ ที่ปลายเท้าก็เหมือนกัน ใส่สายแล้วค่อย ๆ โยก

วิธีการเอาออก ก็คือยกดึงเหล็กสี่เหลี่ยมที่ทึบสีขาว มันจะเอาสายออก ในแนวของการดึงขึ้น

การเล่น ควรจะเป็นแบบซิกแซกคือซ้ายไปขวา ขวาไปซ้าย

วิธี การเล่น หลังจากใส่บอร์ดเสร็จ ให้ยืนสองเท้าขนานกัน ในแนวที่ตรงไปข้างล่าง จากนั้น ถ้าปล่อยตัวลงไป ให้น้ำหนักลงปลายเท้ามันจะไปข้างหน้า เวลาเบรกให้กดที่ส้นเท้า ถ้าจะไปช้า ๆ ก็พยามให้ทิ้งน้ำหนักของส้นเท้ากับปลายเท้าเท่า ๆ กัน มันจะไปช้าแต่จะสังเกตว่าหิมะจะติดมาเยอะ วิธีการเล่นถ้าไม่อยากลงไปตรง ๆ ไว ๆ เราควรจะพาตัวเองไปซ้ายหรือขวาโดยการเอียงตัว

วิธีล้มที่ถูก ต้องคือเอาก้นลง เพราะจะทำให้เราลุกขึ้นแล้วไปต่อได้ง่ายโดยไม่ต้องพลิกตัว วิธีล้มที่ผิด แต่ส่วนมากมักจะเป็นกันสำหรับมือใหม่คือเอาเข่าลง (เพราะหน้าคะมำ) ในกรณีนี้ ให้พลิกตัว เวลาพลิกตัวให้นอนคว่ำหน้าลง โดยที่หัวเราให้อยู่ในตำแหน่งที่สูงกว่าเท้า จากนั้นพลิกตัวโดยการยกเท้าจากซ้ายไปขวา ทีนี้ตัวเราจะอยู่ในท่านั่งที่เอาก้นลง จากนั้นเราก็สามารถเล่นต่อได้

อ้างอิงจาก
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=littlebearproject&month=01-2010&date=21&group=3&gblog=7

14.Small Clown with pie.

14.Small Clown with pie.

ด้านหน้า

ด้านข้าง

ด้านหลัง

คนแคระซีรี่นี้มาถึง 2 ตัว พายก็ของใหม่หมวกก็ใหม่สีเสื้อแจ่มมากสดใสซาบซ่า
ให้คะแนน 7/10 จากสีสีนสดใสและของใหม่ที่มีมา

ใน ทฤษฎีทางปรัชญาโบราณ ซึ่งแพร่หลายมาจนกระทั่งช่วงยุคกลางของยุโรป, เชื่อว่า อารมณ์ของมนุษย์ ที่สำคัญสี่ประการนั้น อันได้แก่ อารมณ์ดีหรือขบขันมาจากเลือดแดง ความเฉื่อยชา และ อารมณ์ฉุนเฉียวง่าย มาจากน้ำเหลือง และความรู้สึกหดหู่มาจากเลือดดำ การผสมกันปรวนแปรของอารมณ์ หรือ ของเหลวเหล่านี้ จะมีส่วนกำหนดคนขึ้นมาให้มีลักษณะที่แตกต่างกัน และยังมีส่วนใน การกำหนดคุณลักษณะต่างๆ ของบุคคล หรืออารมณ์ความรู้สึก คุณภาพด้านร่างกายและจิตใจ และความโน้มเอียงต่างๆของคนเรา

คน เรานั้น ในเชิงความคิด ได้รับการเชื่อว่ามีส่วนผสมเกี่ยวกับของเหลวสี่อย่างนี้ และของเหลวใดก็ตามที่มาครอบงำของเหลวชนิดอื่นๆ จะมีส่วนในการทำให้คนเรา เป็นคนที่มีอารมณ์และบุคลิกผิดแผกแตกต่างกันไป เช่น เป็นคนร่าเริง หรือตามที่ฝรั่งเรียกว่า sanguine (ซึ่งมาจากภาษาลาติคำว่า sanguis แปลว่า”เลือด”นั่นเอง), หรือเป็นคนที่เฉื่อยชา, อารมณ์ฉุนเฉียวง่าย, หรือเป็นคนที่อารมณ์หดหู่ เป็นประจำ. คุณลักษณะพวกนี้ได้มีส่วนกำหนดบุคลิกภาพของแต่ละคน

คน ซึ่งมีบุคลิกแต่ละอย่างนั้น ยังมีลักษณะที่เด่นของตนเองเป็นแบบฉบับบางอย่าง เช่น คนที่ฉุนเฉียวง่าย(choleric man) จะเป็นคนที่ขี้มักโกรธ หรืออารมณ์บูดอยู่บ่อยๆ ใบหน้าจะออกเหลือง, รูปร่างผอม, ผมดก, มีความภาคภูมิใจในตนเอง, มีความทะเยอทะยาน, มีจิตใจผูกพยาบาทและต้องการแก้แค้น, แต่เป็นคนที่หลักแหลม.

เรื่อง ที่ควรจะเพิ่มเติมอีกเล็กน้อยในที่นี้ก็คือ เรื่องของ”ความขบขัน” ในราวคริสตศตวรรษที่ 16 ถือว่าเป็น เครื่องหมายแห่งภาวะที่ขาด ดุลยภาพทางจิตใจ, มีอารมณ์ที่ปราศ จากเหตุผล ทำอะไรตามอำเภอใจ และเป็นพวกที่ไม่มีความแน่นอน หรือเป็นคนโง่และเลวทราม. หากใครก็ตามที่ยังมีความเชื่อว่า ความตลกขบขันหรือความสนุกสนาน เป็นเรื่องของความไร้สาระ เหลวไหล ไม่น่าเชื่อถือ บางทีเราอาจจะยังคงเป็นคนหลงยุคในคริสตศตวรรษที่ 16 อยู่ก็ได้

ทฤษฎีของเรื่องตลก (Theory of Comedy)

Dr. Richard F. Taflinger กล่าวว่า “เรื่องตลกคือสิ่งที่ทำให้เราหัวเราะออกมาได้”. ฟังดูไม่เห็นว่าจะลึกซึ้งอะไรเลย แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ตามมาซึ่งน่าสนใจกว่าก็คือ เขาได้ทำการศึกษาถึงพื้นฐานเกี่ยวกับเรื่องตลกที่ทำให้คนเราหัวเราะออกมา และได้สรุปออกมาเป็นข้อๆเรียกว่า แก่นแท้ 6 ประการ สำหรับการทำให้บางสิ่งเป็นเรื่องที่ขบขัน คือ

1. มันจะต้องเป็นสิ่งที่เรียกร้องการใช้ความคิดสติปัญญามากกว่า การใช้อารมณ์ความรู้สึก
2. มันจะต้องเป็นเรื่อง กลไกปฏิกริยาอัตโนมัติ
3. มันต้องเป็นเรื่องของมนุษย์ที่มีมาแต่กำเนิด โดยที่สามารถที่จะเตือนเรา ให้ระลึกถึงเกี่ยวกับ ความเป็นมนุษย์ได้
4. มันจะต้องเป็นบรรทัดฐานทางสังคม ที่ยอมรับกันชุดหนึ่ง ซึ่งผู้อ่านมีความคุ้นเคย, ไม่ว่าจะโดยผ่าน ชีวิตประจำวัน หรือการตระเตรียมขึ้นมาโดยของนักเขียนในเนื้อหาที่แสดง ออกมาก็ได้ และ บรรทัดฐาน เหล่านั้น ได้ถูกฝ่าฝืน
5. มันจะต้องเป็นสถานการณ์และองค์ประกอบต่างๆ (ท่าทีของพฤติกรรม และคำพูด) ที่ไม่สอดคล้องหรือเหมาะสมกับสภาพแวดล้อม หรือไม่สัมพันธ์กันกับบริบทนั้นๆ
6. มันจะต้องถูกรับรู้โดยผู้สังเกตุการณ์ในฐานะที่ไม่เป็นภัยอันตรายใดๆหรือสร้างความเจ็บปวดต่อผู้มีส่วนร่วม.

เมื่อ บรรทัดฐานเหล่านี้ถูกค้นพบ, ผู้คนจะหัวเราะออกมา. ถ้าเผื่อว่าสิ่งหนึ่งสิ่งใดขาดหายไป ความพยายามอันนั้น ต่อเรื่องความขบขันก็จะหายไปด้วย

เมื่อลงรายละเอียดกันดูในแต่ละข้อ, Richard F. Taflinger ให้คำอธิบายว่าอย่างไรบ้าง

ข้อ แรก เรื่องการเรียกร้องให้ใช้ความคิดสติปัญญามากกว่าอารมณ์ อันนี้จะเห็นได้ชัดเมื่อเป็น เรื่องของความขบขัน ที่เกี่ยวกับชนกลุ่มน้อย อย่างเช่นเรื่องของ ชาวโปลิช ชาวไอริช หรือคนขาว, พวกชาวเกย์ และองค์กรหรือ สมาคมต่างๆ เช่น สมาคมสตรี เป็นต้น ฯลฯ)

ต่อ ชนกลุ่มต่างๆเหล่านี้ ที่ถูกทำให้เป็นเรื่องตลกขบขันเกี่ยวกับความเสียๆหายๆของพวกเขา ซึ่งที่จริงแล้ว ชนกลุ่มต่างๆที่ต้องประสบกับเรื่องเหล่านี้โดยตรงจะไม่รู้สึกสนุกสนานไปด้วย ทั้งนี้เพราะพวกเขาอาจถูกดูถูก อาจถูกสบประมาท และถูกกระทำอย่างไม่สุภาพ.

13.Royal Guard with rifle.

13.Royal Guard with rifle.

ด้านหน้า

ด้านข้าง

ด้านหลัง

ปืนนั้นมาจากธีม เวสเทิร์น ซึ่งเปลี่ยนจากสีเทาเป็นสีน้ำตาล มีหมวกที่ทำมาใหม่แต่ทำมาได้สวยงามมากเสื้อก็ทำมาได้สวยงาม

ให้คะแนน 5/10 จากหมวกที่สวยปืนของเก่าไม่ใหม่เลยได้แค่นี้

ทหาร รักษาพระองค์ คือ หน่วยทหารที่มีหน้าที่ถวายความปลอดภัยและถวายพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระรัชทายาท ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์โดยใกล้ชิด เฉพาะกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ จะมีชื่อเรียกเฉพาะว่า ทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ เนื่องด้วยเป็นหน่วยที่ถวายการรับใช้ต่อองค์พระมหากษัตริย์อย่างใกล้ชิดที่ สุด (คำว่า “ราชวัลลภ” นี้ แปลได้ว่า ผู้เป็นที่รัก สนิท คุ้นเคยของพระราชา)

กิจการ ทหารรักษาพระองค์และทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ เริ่มต้นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2404 ในขณะนั้น พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รวบรวมบุตรในราชตระกูลและบุตรข้าราชการที่ยังเยาว์วัยมาทดลองฝึกหัดเป็น ทหารตามยุทธวิธีแบบใหม่เช่นเดียวกับกรมทหารหน้า ซึ่งในชั้นแรกนั้นมี 12 คน และให้ทำหน้าที่ไล่กาที่บินมารบกวนในเวลาทรงบาตร ตลอดจนตั้งแถวรับเสด็จฯ ณ ที่นั้นทุกเวลาเช้า มหาดเล็กเหล่านี้เอง (ซึ่งเรียกกันทั่วไปว่า “ทหารมหาดเล็กไล่กา”) คือจุดเริ่มต้นของกิจการทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ของไทย

ปลาย ปี พ.ศ. 2411 รัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หลังจากพระราชพิธีบรมราชาภิเษกผ่าน พ้นไปแล้ว ได้โปรดเกล้าฯ ให้รวบรวมทหารมหาดเล็กข้าหลวงเดิมจำนวน 24 คน ตั้งขึ้นเป็นหน่วยทหารอีกหน่วยหนึ่ง เรียกว่า “ทหารสองโหล ถือปืนชไนเดอร์” มีหน้าที่เฝ้าพระฉากตามเดิมแต่ในตอนเช้าและตอนเย็น ต้องมารับการฝึกทหาร

พ.ศ. 2413 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระยาสุรศักดิ์มนตรี (แสง ชูโต) จางวางมหาดเล็ก ทำการคัดเลือกบรรดาบุตรในราชตระกูล และบุตรข้าราชการที่เป็นทหารมหาดเล็ก เพื่อจัดตั้งเป็นกองทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ ทำหน้าที่รักษาพระองค์อย่างใกล้ชิด และตามเสด็จในเวลาเสด็จประพาสหัวเมือง ในชั้นนี้คัดเลือกไว้ 48 คน เมื่อรวมทหารมหาดเล็ก 2 โหลเดิมด้วยแล้ว จึงมีทหารมหาดเล็กทั้งหมด 72 คน

เมื่อ การปฏิบัติหน้าที่กว้างขวางขึ้น จำนวนทหารที่มีอยู่เดิมจึงมีจำนวนไม่เพียงพอที่จะปฏิบัติหน้าที่ จึงได้โปรดเกล้าฯ ให้พระยาสุรศักดิ์มนตรีคัดเลือกบุคคลเข้ามาเป็นทหารเพิ่มขึ้น ในการนี้ พระยาสุรศักดิ์มนตรี (แสง ชูโต) ได้นำบุตรชาย คือ นายเจิม ชูโต (ต่อมาคือเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี เจิม แสง-ชูโต) เข้าถวายตัวเป็นทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ โดยสมัครเป็นตัวอย่างคนแรก (เนื่องจากสมัยนั้นคนไทยไม่นิยมเป็นทหาร) ทำให้มีจำนวนทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์เพิ่มขึ้นทั้งที่เป็นผู้ใหญ่และที่ เป็นเด็ก เพราะทุกคนต่างก็เห็นและรู้สึกเป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูลในการที่บุตรหลานของ ตนได้เข้ารับราชการใกล้ชิดพระมหากษัตริย์

พระ บาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งหน่วยทหารดังกล่าวขึ้นเป็น กรมทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ และทรงดำรงพระยศเป็นนายพันเอก ตำแหน่งผู้บังคับการกรมด้วยพระองค์เอง ต่อมาโปรดเกล้าฯ ให้จัดระเบียบในกรมทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์จนมั่นคงดีขึ้น และได้ทรงขนานนามหน่วยนี้เสียใหม่ว่า กรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ในปี พ.ศ. 2414 (ปัจจุบันหน่วยทหารนี้คือ กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์)

หน่วย ทหารรักษาพระองค์ได้มีวิวัฒนาการต่อมาตามลำดับจากต้นกำเนิดดังกล่าว มาแล้ว ต่อมาจึงมีการก่อตั้งหน่วยทหารรักษาพระองค์ที่เป็นหน่วยรบจากเหล่าต่างๆ เช่น ทหารราบ ทหารม้า ทหารปืนใหญ่ ฯลฯ ส่วนใหญ่อยู่ในระดับกองพัน และหน่วยบังคับบัญชาของหน่วยนั้นในระดับกรมมักจะตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร เพื่อให้อยู่ใกล้ชิดองค์พระมหากษัตริย์ รวมทั้งสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง แต่ก็มีบางหน่วยที่มีที่ตั้งอยู่นอกกรุงเทพมหานคร เช่น กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ที่ค่ายนวมินทราชินี จังหวัดชลบุรี เป็นต้น

อันนี้ไม่ได้เกี่ยวกับด้านบนใดๆทั้งสิ้น

เห็นชอบว่ากันดีนักว่ามีสาวๆเลยเอาใจพวกที่ชอบแบบอื่นๆบ้างเอาปะ อิอิ

อันนี้แถมๆอย่าคิดมากนะครับ




12.Ice Fisherman with fishing pole and fish.

12.Ice Fisherman with fishing pole and fish.

ด้านหน้า

ด้านข้าง

ด้านหลัง

อันนี้บอกได้เลยว่าเอาของเก่ามารวมกันอุปกรณ์ตกปลาไม่ต้องพูดถึง หมวกนี่เอาชุดเก่ามากๆมาทำใหม่เปลี่ยนสี

ให้คะแนน 2/10 ไม่มีของใหม่เปลี่ยนสีเฉยๆ

ชาว เอสกิโมชอบให้เรียกพวกเขาว่า “Inuit” (ฮีนูอิธ) มากกว่า เพราะคำว่า “เอสกิโม” มีความหมายว่า “คนกินเนื้อดิบ” แต่คนทั่วไปก็ยังคุ้นกับคำว่า “เอสกิโม” มากกว่า มีชาวเอสกิโมกระจายเป็นกลุ่มในแคนาดา ราว1 แสนคน

ชาว เอสกิโม ทำอาหารด้วยวิธีการพื้นบ้าน บางทีก็ดิบ บางทีก็ต้ม บางทีก็ย่าง บ้างก็ทานเหมือนชาวตะวันตก ชาวเอสกิโมมีเครื่องปั่นไฟในเมือง ใช้หลอดนีออน ใช้น้ำมันเพื่อให้ความร้อนในบ้าน แต่ไม่มีระบบประปา   ชาว เอสกิโมทานปลา ทำอาชีพประมง แต่ก็มีบ้างที่ทำงานในเมือง ในสนามบิน โรงพยาบาล โรงเรียน พวกเขามีสัตว์เลี้ยงคือสุนัข ส่วนสัตว์ที่ไม่ได้เลี้ยงและทำให้พวกเขาหวาดกลัวคือ หมีขั้วโลก

อิกลู (บ้านชาวเอสกิโม)
ที่ อยู่อาศัยของชาวเอสกิโม ทำจากน้ำแข็งแต่สามารถให้ความอบอุ่นแก่ผุ้อยู่อาศัยได้เป็นอย่างดี ความพิเศษของอิกลู อยู่ตรงที่การสามารถละลายไปเองเมื่อสภาพอากาศเข้าสู่ลักษณะที่ร้อนขึ้นโดย ไม่ต้องกังวลถึงการสิ้นเปลืองทรัพยากรในการก่อสร้าง เนื่องจากเมื่ออุณหภูมิกลับเข้าสู่ความเย็นจัดอีกครั้ง ชาวเอสกิโมก็จะสามารถสร้างอิกลูขึ้นได้ใหม่ เหมาะสมกับสภาพการอยู่อาศัยโดยไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยที่อิกลูนี้มันเเสดงให้เห็นถึงสัจธรรมของโครงสร้างเเละประโยชน์อย่างตรง ไปตรงมา

บ้านน้ำแข็งเหล่านี้สร้างกันอย่างไร มาดูขั้นตอนกันดีกว่า

ขั้นแรก ตัดหิมะที่อัดตัวแข็งแล้วเป็นแท่งเรียบเท่าๆกัน

ต่อไป ตัดเป็นมุมให้ต่อกันเข้าได้เป็นวงกลม

ค่อยๆก่อขึ้นไปทีละชั้นให้บรรจบกันเป็นวงกลมเหลือเปิดเพียงช่องเดียว

ในที่สุดก็เอาแท่งสุดท้ายวางเข้าที่บนหลังคา

สุดท้ายก็เจาะรูไว้แห่งหนึ่งให้อากาศเข้า และปิดบานประตูด้วยไม้หรือหนังสัตว์

เอ้อันนี้เข้าโครงการบ้านหลังแรกได้มั้ยเนี่ย

แต่ที่แน่ๆโครงการแฟนคนแรกคงไม่ได้ อิอิ

11.Lumberjack with axe.

11.Lumberjack with axe.

ด้านหน้า

ด้านข้าง

ด้านหลัง

คน ตัดไม้นี่ยอมรับว่าเสื้อสกรีนทั้งหน้าหลังและด้านข้างเลย ขวานแบบใหม่ดูโฉบเฉี่ยวมากมาย หมวกแก๊บที่พัฒนามาตั้งแต่ ซีรี่ 3 นั้นก็ยังคงดูดี
แต่บอกตรงๆไม่ค่อยโดนใจนักสะสม อิอิ

ให้คะแนน 4/10 ที่ให้เพราะทำมาดูดีแต่คะแนนน้อยเพราะไม่โดนใจ

ช่างตัดไม้

อาชีพการตัดไม้และผลผลิตที่ได้ในป่าฝน

หนึ่ง ในสาเหตุของป่าถูกทำลายคืออาชีพการตัดไม้ ไม้หลายชนิดที่ถูกใช้ทำเฟอร์นิเจอร์,พื้นไม้, และการก่อสร้าง คือผลผลิตที่ได้จากป่าฝนเขตร้อนในทวีปแอฟริกา, ทวีปเอเชีย และทวีปอเมริกาใต้ โดยผู้ซื้อผลิตภัณฑ์ไม้, เช่นคนในพื้นที่สหรัฐอเมริกาคือผู้มีส่วนโดยตรงในการทำลายป่าฝน

ใน ขณะที่อาชีพการตัดไม้สามารถดำเนินการได้ในลักษณะที่ช่วยลดความเสียหายให้กับ สิ่งแวดล้อม มากที่สุดการตัดไม้ในป่าฝนคือการทำลายป่าอย่างมาก ต้นไม้ใหญ่ถูกตัดลงและลากผ่านป่าฝน ในขณะที่ถนนเข้าเปิดพื้นที่ป่าเพื่อการเกษตรโดยเกษตกรที่ยากจน การเข้าสู่แรงงานในทวีปแอฟริกามักจะพึ่งพา “bushmeat” สำหรับโปรตีน พวกเขาจะล่าสัตว์ป่าที่พวกเขาชอบ เช่น กอริลล่า กวาง และลิงซิมแฟนซี เพื่อเป็นอาหาร

ใน การวิจัยพบว่าจำนวนสายพันธุ์ของการตัดไม้ในป่าฝนมีจำนวนต่ำกว่าที่พบในป่าฝน แบบดั้งเดิมที่มิได้ถูกแตะต้อง สัตว์ป่าหลายชนิดไม่สามารถอยู่รอดในสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปได้

คน ในท้องถิ่นมักจะพึ่งพาการเก็บเกี่ยวไม้ในป่าฝน สำหรับเป็นเชื้อเพลิงและวัสดุการสร้างอาคาร ในการปฏิบัติดังกล่าวที่ผ่านมาไม่ได้สร้างความเสียหายแก่ระบบนิเวศน์ อย่างไรก็ดี วันนี้พื้นที่กับประชากรขนาดใหญ่ จำนวนคนที่รวบรวมไม้จากพื้นที่ป่าฝนสามารถสร้างความเสียหายได้อย่างมาก ตัวอย่างเช่น ป่ารอบๆค่ายผู้ลี้ภัยในทวีปแอฟริกาใต้ (Rwanda และ Congo) แท้จริงได้ถูกปล้นป่าไม้ไปจากทั้งหมดในพื้นที่

10.Lizard Man with dinosaur mask and tail.

10.Lizard Man with dinosaur mask and tail.

ด้านหน้า

ด้านข้าง

ด้านหลัง

น้องจิ้งจกตัวเขียวนี้ ทำมาสวยงามใหม่รูปหมวกน้องกิ้งก่านี่ทำมาดูดีจริงๆ พร้อมหางทำมาได้สวยแต่มันดูหลวมๆยังไงไม่รู้

ให้คะแนน 5/10 ถ้าดูแน่นหนากว่านี้จะดีมาก


Eric Sprague เกิดในปี ค.ศ.1972 และคาดกันว่าเขาเป็นมนุษย์คนแรกที่ทำการศัลยกรรม โดยการผ่าลิ้นเป็นสองแฉก ที่มีการบันทึกไว้ โดยทั่วทั้งร่างของเขาได้สักลายเป็นเกล็ดสีเขียว มีการแต่งฟันให้แหลมคม และมีการฝัง ” Silicon Teflon ” ใว้ใต้ผิวหนังบนศีรษะเป็นจำนวนมาก โดยเขาได้รับฉายาว่า “มนุษย์กิ่งก่า (The Lizardman)